ช่วยโควิด ยืดอายุตั๋วจำนำ เพิ่มเบี้ยคนพิการ แจกกองทุนนมผงเด็ก

โรงรับจำนำ

 

กระทรวงพัฒนาสังคม เร่งนโยบายช่วยวิกฤตโควิด ยืดอายุตั๋วจำนำ จาก 90 วัน เป็น 120 วัน เพิ่มเบี้ยคนพิการ พร้อมให้กองทุนดูแลเด็ก อุดหนุนค่านมผง

 

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 15 เม.ย.ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ทำเนียบรัฐบาล นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แถลงข่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดูแลกลุ่มคนที่เปราะบางที่ดูแลตัวเองได้ลำบากต้องมีที่พึ่งพา เช่น คนพิการ ผู้สูงอายุ เด็กแรกเกิด คนยากจน ผู้มีรายได้น้อยที่มีความยากลำบากเฉพาะหน้า พม. พยายามช่วยเหลือครอบคลุมทุกกลุ่มโดยแบ่งเป็น 3 ด้าน

 

ด้านการเงินมีสถานธนานุเคราะห์ ช่วยคนที่มีตั๋วจำนำ โดยขยายอายุจากเดิม 90 วันเป็น 120 วัน และขนาดนี้จะมีผู้ที่เดือดร้อนมาพึ่งพาโรงรับจำนำ ในช่วงต่อไปที่กำลังจะเข้ามา ซึ่งทางกระทรวงได้รับเงินกู้มาจากกระทรวงการคลัง ในอัตราดอกเบี้ยต่ำประมาณ 2,000 ล้านบาท ดังนั้นจะลดดอกเบี้ยให้เป็นพิเศษคือ 0.125 ซึ่งเริ่มมีคนมาใช้ และคาดว่าจะมีคนที่ได้ประโยชน์หลายแสนคน โดยเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา มาใช้แล้วประมาณ 8,000 คน

 

ด้านที่อยู่อาศัยทางการเคหะแห่งชาติได้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยพักชำระให้กับผู้เช่าซื้อ หรือผ่อนดาวน์ ก็จะพักชำระให้สามเดือน ส่วนผู้เช่าสถานที่เป็นร้านค้าของการเคหะโดยตรงก็จะยกเว้นค่าเช่าให้ ส่วนผู้ที่ไปเช่าร้านค้าตามแผงหรือพลาซ่าที่อยู่บริเวณการเคหะเป็นการเช่าช่วงต่อนั้นจะมีการเจรจาให้กับผู้มาเช่าแผง 50% ทั้งหมดครอบคลุมลูกค้าการเคหะประมาณ 300,000 คน

 

กลุ่มคนพิการ ทางกระทรวงแรงมาก่อนที่โควิด-19 จะมา และเป็นประโยชน์ในช่วงนี้พอดีคือเงินรายเดือนของคนพิการจากเดิม 800 บาท เพิ่มเป็น 1,000 บาท สำหรับคนที่มีบัตรสวัสดิการ ส่วนกองทุนคนพิการก็มีเงินสำรองอยู่ดังนั้นกรรมการกองทุนสามารถอนุมัติจ่ายเงินพิเศษให้กับคนพิการได้คนละ 1,000 บาท เพื่อบรรเทาทุกข์ในช่วงนี้ คาดว่าจะได้ประมาณเดือนพฤษภาคม

 

ส่วนการพักหนี้ในกองทุนผู้สูงอายุที่กู้เงินไปประกอบอาชีพได้ทำการพักชำระหนี้ให้ เช่นเดียวกับกองทุนคนพิการเช่นกัน ส่วนเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้เดือดร้อนเฉพาะหน้าเป็นเหตุฉุกเฉินนั้น ทางกระทรวงดำเนินการได้ตามมาตรการของกระทรวงสำหรับคนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เดือดร้อนโดยที่กระทรวงไปพบ ซึ่งในช่วงนี้พบได้มากขึ้น ตอนนี้มีเงินอยู่ประมาณ 200 กว่าล้านบาท ทั่วประเทศดังนั้นติดต่อสำนักงาน พม. ได้ทุกจังหวัด

 

สำหรับคนไร้บ้านผู้ไร้ที่อยู่อาศัย คนเร่ร่อน ซึ่งในช่วงนี้อาจมีผู้เดือดร้อนจากการตกงานอีกเป็นจำนวนมาก หรือมีคนในบ้านติดโควิด-19 แล้วไม่สามารถมีผู้ดูแลผู้สูงอายุหรือเด็กได้ ทางกระทรวงก็มีสถานที่ให้เข้ามาอยู่ชั่วคราวได้ อาจจะเป็นช่วงระหว่างกักแยกตัว เพราะที่บ้านอาจจะไม่มีที่เหมาะสมให้อยู่ เพราะอยู่ร่วมกัน ก็เข้ามาติดต่อได้ โทร.1300

 

กลุ่มต่างๆที่มีปัญหาทางกระทรวงพยายามเข้าไปช่วยเหลือ เช่น คนพิการ ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ต่างๆ เงินชดเชย ทางศูนย์คนพิการก็ได้ช่วยเหลือเรื่องการลงทะเบียน หรือเด็ก ที่พบปัญหาว่าศูนย์เลี้ยงเด็กต้องปิดตัวลง แล้วต้องนำเด็กกลับมาอยู่บ้านก็พบว่ามีปัญหามาก เพราะไม่มีนมกิน เราก็มีกองทุนคุ้มครองเด็กอยู่ ก็จะนำไปใช้ชั่วคราวเพื่อนำนมผงไปให้เด็กๆที่บ้าน

 

องค์กรพัฒนาสถาบันชุมชนก็ดูแลชุมชนต่างๆที่ยังไม่เข้มแข็ง ที่มีอยู่ประมาณ 300 ชุมชน ก็จะไปสำรวจปัญหาเพื่อสอบถามความต้องการ นอกจากนั้นในต่างจังหวัดก็มี พัฒนาสังคมจังหวัดที่มีอยู่ทั่วประเทศรวมถึงอาสาสมัครของกระทรวงจะประสานงานช่วยกับผู้ว่าราชการจังหวัดในเคสต่างๆที่มี

 

สำหรับคนเดือดร้อนขนาดนี้ที่ไม่มีรายได้อาจจะได้รับการชดเชยบางส่วนหรือหลุดจากกฎเกณฑ์ไป ไม่ได้รับการชดเชยหรือมีความเดือดร้อนเรื่องใดก็ตามขอให้ติดต่อที่กระทรวงพม. ได้หรือไปติดต่อที่พัฒนาสังคมจังหวัดเพื่อให้หน่วยงานช่วยพิจารณาความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค ที่อยู่อาศัย หรือถ้าสิ่งใดที่ไม่อยู่ในความสามารถของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เราก็จะประสานส่งต่อไปยังกระทรวงที่สามารถช่วยเหลือกันได้ ทุกปัญหารัฐบาลจะพยายามดูแลให้หมดเพราะรัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง นอกจากนี้ขณะนี้มีการเปิดโรงทานของวัด ของเอกชนหลายแห่ง หรือบุคคลทั่วไปนำมาแจก ประสานผ่านทางกระทรวง ดังนั้นถ้ามีใครเดือดร้อนสามารถติดต่อมาได้ ที่โทร.1300

 

 

ขอขอบคุณ  https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_3953783

 148 total views,  1 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *