ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ ครั้งที่ 3/2563

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง, ตาราง และ สถานที่ในร่ม

ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา
สำหรับคนพิการ ครั้งที่ 3/2563

 

นายปราโมทย์ ธรรมสโรช ประธานฝ่ายการศึกษา เป็นผู้แทนสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสุรัฐ ศิลปะอนันต์ อาคารรัชมังคลาภิเษก ชั้น 7 กระทรวงศึกษาธิการ โดยที่ประชุมได้ติดตามประเมินผลโครงการที่ได้รับสนับสนุนจากเงินกองทุนฯ ประจำเดือน มีนาคม 2563 จำนวน 3 โครงการ ดังนี้

1. โครงการส่งเสริมการใช้งานและพัฒนาเครือข่ายห้องสมุดออนไลน์ผ่านระบบให้บริการออนไลน์

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ จำนวน 1,779,050 บาท
สรุปผลการดำเนินงานโครงการดังนี้
1. กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย
– นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น จำนวน 600 คน จากโรงเรียนสอน คนตาบอด 15 แห่งทั่วประเทศ
– ครู บุคลากรทางการศึกษาที่ทำหน้าที่ดูแลหรือจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น จำนวน 70 คน จากโรงเรียนสอนคนตาบอด 15 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่บรรณารักษ์ จำนวน 25 คน, พนักงานผลิตและบริการสื่อ จำนวน 25 คน, พนักงานช่างเทคนิคที่ดูแลด้านโครงข่าย Internet จำนวน 20 คน
2. การเข้าใช้งานห้องสมุดเบญญาลัย
สำนักหอสมุดเบญญาลัยได้ติดตั้งระบบห้องสมุดออนไลน์เพื่อรองรับการให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายรวมถึงการรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมนำไปแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้ระบบสมบูรณ์โดยมีประเภทสื่อสารสนเทศให้บริการกลุ่มเป้าหมายบนห้องสมุดออนไลน์ จำนวน 6 ประเภทด้วยกัน คือ หนังสือเบรลล์อิเล็กทรอนิกส์ หนังสือ DAISY และ E-pub Audio-books หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ นิตยสาร แมกกาซีน และมัลติมีเดียต่าง ๆ ตลอดจนระบบแจ้งข่าวสารถึงสมาชิกที่ทันสมัย
ซึ่งในขณะนี้ได้มีระบบห้องสมุดที่สมบูรณ์พร้อมให้บริการ และได้นำเข้าข้อมูลขึ้นให้บริการ ได้บางส่วนแล้วผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานผ่านทางเว็บบราว์เซอร์และ แอพพลิเคชั่นห้องสมุดทั้งระบบปฏิบัติการ IOS/ Android โดยสามารถเข้าใช้งานผ่าน Web Browser โดยใช้งานผ่าน Google Chrome และ Mozilla Firefox ได้ที่ http://www.benyalai.com รวมถึงสามารถอ่านหนังสือผ่านทางเครื่องเล่นหนังสือ DAISY EVO E10

 

2. โครงการนำร่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น

หน่วยงานที่รับผิดชอบ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล
ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ จำนวน 693,460 บาท
สรุปผลการดำเนินงานโครงการดังนี้
1. ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ ครูเรียนร่วม ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนสอนคนตาบอดและบุคลากรที่เกี่ยวข้องสามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปประยุกต์ใช้ในการผลิตสื่อการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ทำให้นักเรียนได้รับสื่อที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นต่อการเรียนคณิตศาสตร์
2.ครูเรียนร่วมสามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการผลิตสื่ออักษรเบรลล์คณิตศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ครูคณิตศาสตร์จัดทำเอกสารคณิตศาสตร์ที่เป็นไฟล์อิเลคทรอนิค และส่งให้ครูเรียนร่วมนำไปผลิตเป็นสื่ออักษรเบรลล์โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้การผลิตสื่ออักษรเบรลล์เป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยลดภาระงานของครูเรียนร่วมได้เป็นอย่างดี
3.ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ ครูเรียนร่วม ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนสอนคนตาบอดและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เห็นความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อการเรียน การสอนคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น เช่น มีการซ่อมบำรุงและจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รวมทั้งอุปกรณ์ต่อพ่วง เพื่อให้สามารถรองรับกับการใช้งานด้านการผลิตสื่อ การเรียนการสอน และการใช้งานทั่วไป
4.ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ ครูเรียนร่วม ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนสอนคนตาบอดและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง มีการปรับตัวยอมรับเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่อการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นมากยิ่งขึ้น เช่น ยอมให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นใช้โปรแกรมพิมพ์สัญลักษณ์คณิตศาสตร์ทำแบบฝึกหัด และทำการบ้านส่งครูผู้สอนได้

 

3. โครงการ เปลี่ยนบ้านเป็นห้องเรียน พัฒนาพ่อแม่เป็นผู้ฟื้นฟูสมรรถภาพนักเรียนพิการ

หน่วยงานที่รับผิดชอบ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนราธิวาส
ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ จำนวน 518,100 บาท
สรุปผลการดำเนินงานโครงการ
1. กลุ่มเป้าหมาย แบ่งตามพื้นที่ในการรับบริการครอบคลุมทั้ง 14 หน่วยบริการในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยแบ่งเป็น
– เด็กพิการที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู จำนวน 189 คน
สมรรถภาพด้านการกายภาพบำบัด
– ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กพิการ จำนวน 189 คน
– ครูและบุคลากรศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนราธิวาส จำนวน 70 คน
– คนในชุมชนหรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) จำนวน 70 คน
2. การพัฒนาของนักเรียนหลังได้รับการอบรม และได้ประเมินพัฒนาการนักเรียน 2 ด้านประกอบด้วย ด้านร่างกายและด้านจิตใจ เปรียบเทียบก่อนและหลังการจัดโครงการเป็นระยะเวลา 3 เดือน มีผลพัฒนาการ ดังนี้
– ผลพัฒนาการด้านร่างกายนักเรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นโดยเฉลี่ยคิดเป็น 80%
– ผลพัฒนาการด้านจิตใจนักเรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นโดยเฉลี่ยคิดเป็น 88%
– ผลพัฒนาการด้านร่างกายและด้านจิตใจนักเรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นโดยเฉลี่ยคิดเป็น 73%

 

นอกเหนือจากการติดตามโครงการ 3 โครงการข้างต้นแล้ว คณะอนุกรรมการฯ ขอให้ฝ่ายเลขานุการได้ติดตามภารกิจสืบเนื่องที่คณะอนุกรรมการฯ มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการไปดำเนินการ ดังนี้

1. เรื่องลิขสิทธิ์/สิทธิบัตร ขอให้ไปทบทวนว่ากองทุนฯ มีโครงการที่มีลักษณะเป็นรายการนวัตกรรมที่จำเป็นต้องไปขึ้นทะเบียนจดสิทธิบัตร/ลิขสิทธิ์ จำนวนกี่รายการ

2. โครงสร้าง อัตรากำลังเจ้าหน้าที่กองทุนฯ (โครงสร้างองค์กร) ระบบงานที่ต้องการระบบการควบคุมงานที่ดี (internal control) ปริมาณงานที่ต้องทำ กำลังคนที่เพียงพอต่อการทำงาน ระบบคัดสรรบุคคลที่เก่งที่ดีเข้ามาทำงาน ระบบการพัฒนาบุคคลากร

3. โครงการที่คณะอนุกรรมการฯ วางแผนลงพื้นที่ติดตาม จำนวน 2 โครงการ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิท-19 ทำให้ไม่สามารถลงพื้นที่ไปติดตามได้ ขอให้ฝ่ายเลขานุการเชิญผู้แทนของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ทั้ง 2 โครงการ มานำเสนอผลการดำเนินโครงการในที่ประชุมคณะอนุกรรมการครั้งต่อไป เพื่อจะได้รับทราบ ปัญหาอุปสรรคการดำเนินโครงการ และสามารถให้ข้อเสนอแนะได้

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง, ตาราง และ สถานที่ในร่ม

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง, ตาราง และ สถานที่ในร่ม

 

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ ผู้คนกำลังนั่ง

 

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังนั่ง, หน้าจอ และ สถานที่ในร่ม

 

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังนั่ง และ สถานที่ในร่ม

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง และ สถานที่ในร่ม

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก  https://www.facebook.com/disabilitiesth/posts/1076504169372709?__tn__=K-R

 94 total views,  1 views today