องค์การเภสัชฯ ผลิตยาโฟลิก เอซิด 400 ไมโครกรัม เพื่อป้องกันเด็กพิการแต่กำเนิด

 

องค์การเภสัชกรรม เผยผลิตยาโฟลิก เอฟ จีพีโอ (กรดโฟลิก) ขนาด 400 ไมโครกรัม ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก โดยยาสามารถลดโอกาสเสี่ยงของความพิการแต่กำเนิดได้ ชี้ ปัญหาความพิการแต่กำเนิด เป็นปัญหาที่สำคัญตั้งแต่ระดับครอบครัว ไปจนถึงระดับชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก

 

นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวภายหลังที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสโมสรซอนต้ากรุงเทพ 1 ในโอกาสเข้าพบเพื่อแสดงความขอบคุณองค์การเภสัชกรรมที่ได้วิจัยและผลิตยาโฟลิก เอฟ จีพีโอ (กรดโฟลิก) ขนาด 400 ไมโครกรัม ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก และตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน และสมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด เเห่งประเทศไทย

 

ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ความพิการแต่กำเนิดเป็นปัญหาที่สำคัญตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงระดับชาติซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก จากข้อมูลทั่วโลกพบอัตราเด็กพิการแต่กำเนิดชนิดรุนแรงทุกประเภทรวมกันประมาณ 3 ใน 100 คน สำหรับประเทศไทยมีสถิติเด็กเกิดใหม่ปีละประมาณ 700,000 คน และมีเด็กพิการแต่กำเนิดมากกว่า 20,000 ราย สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก คือ เด็กกลุ่มนี้มีจำนวนสะสมมากขึ้นทุกปี การดูแลสุขภาพของคุณแม่ก่อนตั้งครรภ์ จึงมีความสําคัญอย่างยิ่งสําหรับลูกน้อยที่คลอดออกมา คุณแม่ที่มีภาวะโภชนาการที่ดีตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ และตลอดการตั้งครรภ์ จะส่งผลให้ทารกที่คลอดออกมามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง องค์การเภสัชกรรมมีความห่วงใยในคุณภาพชีวิตของเด็กที่คลอดออกมา รวมถึงผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่พร้อมตั้งครรภ์ทุกคน จึงได้วิจัยและพัฒนาผลิตยากรดโฟลิกหรือวิตามิน B9 ขนาด 400 ไมโครกรัม (0.4 มิลลิกรัม) ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก และตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน และสมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิดแห่งประเทศไทย

 

ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวต่อไปว่า ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่วางแผนมีบุตรควรรับประทานกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัม วันละ 1 ครั้ง เริ่มรับประทานล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน ก่อนวางแผนตั้งครรภ์ และรับประทานต่อเนื่องจนครบ 12 สัปดาห์ หลังตั้งครรภ์ ซึ่งกรดโฟลิกหรือวิตามินบี 9 มีอยู่ในผักและผลไม้ หากรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ โดยตลอดก็สามารถได้ปริมาณกรดโฟลิกพอเพียงในแต่ละวัน ซึ่งสามารถลดโอกาสเสี่ยงของความพิการแต่กำเนิดได้ จากผลการศึกษาในประชากรมากกว่า 240,000 ครอบครัว ในประเทศจีน ยืนยันว่า การเสริมกรดโฟลิก สามารถลดโอกาสการเกิด และการเกิดซ้ำความพิการแต่กำเนิดของหลอดประสาทได้ถึงร้อยละ 70 ลดโอกาสเกิดปากแหว่งลงไปได้ประมาณ 1 ใน 3 ลดหัวใจพิการแต่กำเนิดลงไปได้ร้อยละ 25-50 ลดความผิดปกติของแขนขาลงไปได้ประมาณร้อยละ 50 ลดความพิการของระบบทางเดินปัสสาวะและโรคไม่มีรูทวารหนักได้ 1 ใน 3 โดยรวมแล้วการเสริมวิตามินที่มีกรดโฟลิกสามารถลดความพิการแต่กำเนิดลงไปได้ร้อยละ 25-50

 

การวิจัย และผลิตยา กรดโฟลิก ขององค์การเภสัชกรรมสามารถช่วยให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ หญิงตั้งครรภ์ในช่วงระหว่างก่อนและหลังคลอดบุตร ทำให้รับประทานได้ง่ายขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเด็กที่มีความพิการตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งเป็นกลุ่มที่เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างประชากรที่มีคุณภาพอันจะเป็นกำลังของชาติไทยในอนาคต รวมถึงเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยา ได้อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคที่มีคุณภาพต่อไป ผู้อำนวยการ กล่าว

 

 

 

 

ขอขอบคุณ  https://mgronline.com/onlinesection/detail/9630000123266

 58 total views,  1 views today