พิการกาย แต่ใจสู้ !!

สู้ชีวิต !! หนุ่มประสบอุบัติเหตุเหลือแขนข้างเดียวแต่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา ใช้แขนข้างที่เหลือสอยลูกตาลจากต้นมาเฉาะขายริมทางมีรายได้เดือนละ 1หมื่นบาทนำมาเลี้ยงดูแม่

ที่บ้านเมืองพรึก ถนนกุมภวาปี-หนองหาน ต.แชแล อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี พบเพิงไม้ขายลูกตาลสดริมถนน ชื่อร้าน “เสกสรรน้ำตาลสด” โดยมีผู้หญิงชราเป็นคนเฉาะลูกตาลบนหลังกระบะรถปิกอัพสีแดง ทราบชื่อคือนางไหล หนันระหาญ อายุ 75 ปี แม่ของชายพิการแขนเดียวชื่อนายเสกสรร หนันระหาญ อายุ 42 ปี ชาวบ้านบ้านเหล่าใหญ่ ต.แชแล อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ที่เฉาะลูกตาลขายอย่างคล่องแคล่วให้ลูกค้า

นายเสกสรร เล่าว่า ประสบอุบัติเหตุเมื่อปี 2535 ขณะนั้นอายุ 16 ปี ทำให้เสียแขนหนึ่งข้าง หลังจากรักษาหายก็ไม่ยอมเป็นภาระของครอบครัว ช่วยพ่อแม่ทำนา ทำไร่อ้อย รับจ้างทั่วไป กระทั่งพ่อเสียชีวิตเมื่อปี 2540 จึงรับหน้าที่ดูแลแม่ ส่วนพี่ชายแยกไปอยู่กับครอบครัว ตนทำงานทุกอย่างเหมือนคนปกติ ฝึกสอยลูกตาลด้วยท่อนไม้ไผ่จนคล่อง เมื่อถึงฤดูขายลูกตาล จะขับรถปิกอัพด้วยมือเดียว บรรทุกท่อนไม้ไผ่ต่อกันด้วยท่อนเหล็กให้ยาว ออกไปซื้อลูกตาลตามทุ่งนาของชาวบ้านพร้อมกับใช้แขนเดียวสอยลูกตาลลงมาจากต้นนำมาเฉาะขายริมทาง

“เลือกทำอาชีพนี้ เนื่องจากต้นตาลใน อ.กุมภวาปี มีจำนวนมาก หาซื้อได้ง่าย ได้ทั้งน้ำตาล และลูกตาลมาขาย อีกทั้งยังได้อยู่ใกล้แม่ จึงเลือกที่จะฝึกฝนตัวเองใช้ไม้ไผ่มาต่อกับท่อนเหล็กให้ยาวถึงยอดตาล ผูกปลายด้วยเหล็กตะขอ ใช้มือเดียวยกขึ้นไปเกี่ยวลูกตาลลงมาจากต้น ถึงแม้จะต้องเหนื่อยและต้องอดทนกว่าคนอื่นก็ตาม แต่ก็ฝึกจนสามารถใช้ไม้ไผ่เกี่ยวลูกตาลจนคล่อง สอยลูกตาลลงมา จากนั้นก็จะนำลูกตาลมาให้แม่เฉาะขายที่บ้านเมืองพรึก ริมถนนกุมภวาปี-หนองหาน ให้กับผู้คนที่ขับรถผ่านไปมาบริเวณนี้”

นายเสกสรร เล่าว่า ใจจริงต้องการให้แม่พักอยู่บ้าน แต่มีแขนเดียวจึงเฉาะลูกตาลไม่ได้ แม่ต้องออกมาช่วย ทำให้แม่ไม่เหงาด้วย รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ลูกเลี้ยงดูพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า แม้จะเหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหนก็ไม่ยอมแพ้ เพราะต้องพยายามกว่าคนปกติมากถึง 2 เท่า ขอแค่ให้เริ่มต้นที่จะต่อสู้และมีความอดทนก็จะประสบผลสำเร็จ ได้เลือกทำอาชีพนี้มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะสอยเอง แบกขึ้นรถเอง ที่สำคัญขับรถกระบะเอง เพื่อนำลูกตาลมาให้แม่เฉาะขายเลี้ยงชีพมีรายได้เดือนละ 1 หมื่นบาท

นายเสกสรร คนพิการสู้ชีวิตยังให้แง่คิดกับคนที่กำลังท้อแท้ในชีวิตว่า เกิดเป็นคนอย่าดูถูกตัวเอง และไม่ต้องรอให้คนอื่นมาช่วยเหลือ อะไรที่พอทำได้ก็ให้ช่วยเหลือตัวเอง ความสามารถของคนเรามีกันทุกคน แต่อยู่ที่การฝึกฝนและอดทน ถึงจะเป็นคนพิการมีแขนเดียว แต่ยังมีคนที่แย่กว่าและยังลำบากกว่าตนอีกมากมาย เพราะชีวิตต้องดิ้นรน ไม่ว่าจะเป็นคนพิการหรือคนปกติทั่วไป พยายามใช้ชีวิตให้มีความสุข อยู่กับคนที่เรารักและรักเรา เหมือนตนเลือกจะไม่มีครอบครัว แต่เลือกจะดูแลแม่ก็มีความสุขแล้ว

ขอบคุณ… http://www.komchadluek.net/news/local/327896

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *