แม่โวยลูกสาวพิการ โดนสวมสิทธิ์ฉีดวัคซีนเข็ม 2 ไปโผล่เชียงราย เช็ค ร.พ.ปลายทางถึงกับอึ้ง

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางนฤมล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ประกอบอาชีพรับราชการครู หลังเมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้พา น.ส.ศศิวิมล อายุ 31 ปี ลูกสาวซึ่งเป็นผู้พิการทางสติปัญญา ไปฉีดวัคซีนเข็ม 2 ตามนัดที่ ร.พ.ราชานุกูล กทม. แต่เมื่อ ร.พ. ตรวจสอบข้อมูลการฉีดวัคซีนของ ร.พ.กลับพบว่าข้อมูลของ น.ส.ศศิวิมล ได้มีการบันทึกรับวัคซีนเข็ม 2 เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 18 ก.ย.ที่ ร.พ.โอเวอร์บุ๊ค จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ ร.พ.ราชานุกูล จึงให้ นางนฤมล ประสานไปยัง ร.พ.โอเวอร์บุ๊ค เพื่อขอทราบเหตุผลในการบันทึกข้อมูลและให้แก้ไขข้อผิดพลาด ทาง ร.พ.โอเวอร์บุ๊ค ได้แจ้งว่าในวันที่ 18 ก.ย. ได้ฉีดวัคซีนให้กับ น.ส.ศศิวิมล ที่อยู่บ้านพักถนนลาดหญ้า เขตคลองสาน แขวงคลองสาน กทม. โดยผู้ฉีดวัคซีนได้มี นายยี่พวง สามีเป็นผู้พามาฉีด ซึ่งเป็นคนละคนกัน

สำหรับวิธีการในการฉีดวัคซีนของทาง ร.พ.โอเวอร์บุ๊ค ได้รับทราบว่าจะฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่แสดงบัตรประชาชนตัวจริง และมีการคีย์ข้อมูลลงในระบบภายหลัง ไม่ได้ใช้วิธีการเสียบบัตรประชาชนในการคีย์ข้อมูล ทั้งนี้ ทาง ร.พ.โอเวอร์บุ๊ค แจ้งว่าไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในระบบให้ได้ เนื่องจากผู้มาฉีดวัคซีนได้แสดงตัวตนโดยมีบัตรประชาชนจริงมาฉีด จึงต้องมีการพิสูจน์ให้ได้ว่าคนที่มาฉีดไม่ใช่ น.ส.ศศิวิมล และมีการนำบัตรประชาชนมาสวมสิทธิ์ได้อย่างไร

ต่อมาเวลา 14.18 น.วันเดียวกัน นางนฤมล ได้เดินทางไปที่สำนักงานเขตคลองสาน เพื่อขอตรวจสอบและขอคำแนะนำในการดำเนินการ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบทะเบียนราษฎร์แจ้งว่าข้อมูลตามบัตรประชาชนของ น.ส.ศศิวิมล เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง บัตรประชาชนมีการจัดทำที่สำนักงานเขตอำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี ควรมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ทราบต้นตอว่าผู้ที่อ้างว่าชื่อ น.ส.ศศิวิมล และมีการแสดงตัวตนโดยใช้บัตรประชาชนจริง ในวันที่ 18 ก.ย. เป็นผู้ใด

จากนั้นเวลา 15.30 น. นางนฤมล ได้เดินทางไปที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา เพื่อแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ทราบว่า ไม่สามารถรับแจ้งความได้ ต้องไปแจ้งความที่ สภ.เมืองเชียงราย ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ จากนั้นเวลา 19.08 น. นางนฤมล ได้เดินทางมาแจ้งบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ต่อไป และเกรงว่าจะมีการนำบัตรประจำตัวประชาชนที่ปลอมขึ้นมาไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายซึ่งอาจทำให้เสียหายในภายหลังได้

โดย นางนฤมล เปิดเผยว่า ประเด็นปัญหาที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือคือ ต้องการแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย กรณีนำบัตรประชาชนที่ไม่ใช่ของจริงไปแสดงตัวตนและสวมสิทธิ์เป็นลูกสาว ซึ่งไม่ทราบว่าถูกนำไปใช้ที่ใดมาบ้างแล้ว แต่ที่ทราบแล้วแน่นอนคือมีการนำมาแสดงตัวในการฉีดวัคซีนโควิดที่ ร.พ.โอเวอร์บุ๊ค ในวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ต้องการให้ ร.พ.โอเวอร์บุ๊ค แก้ไขข้อมูลที่ได้บันทึกการฉีดวัคซีนเข็ม 2 ของ น.ส.ศศิวิมล ในระบบของหมอพร้อมให้ถูกต้องตามความเป็นจริง โดยการลบข้อมูลการฉีดวัคซีนออก เนื่องจากลูกสาว ไม่ได้ฉีดวัคซีนที่ ร.พ.โอเวอร์บุ๊ค ในวันเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับผู้พิการที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถใช้โทรสายด่วน 1479 คนพิการประชารัฐ ที่ให้บริการตลอด 24 ชม. หรือรายละเอียดที่ www.1479hotline.org เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนพิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถช่วยบริจาคเงินได้ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0 นำใบเสร็จสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ โทร. 0-2572-4042 ต่อ 8100 มือถือ 09-9394-4795

ขอขอบคุณข่าวจาก https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_6637303

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *