จับยักยอก 13 ล้าน “เงินคนพิการ” ฝีมือเจ้าหน้าระดับ 6 พม.ให้ออกทันที

ตำรวจ ปปป.ตะครุบนักพัฒนาสังคมฯ ซี 6 กรมคนพิการ ยักยอกเงินนอกบัญชีงบประมาณ 13 ล้านบาท เข้ากระเป๋าตัวเอง ล็อกทันควันขณะจะเผ่นข้ามแดนที่แม่สาย จ.เชียงราย ไปกบดานฝั่งเมียนมา ปลัด พม.สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมประสานอายัดบัญชี เช็กเส้นทางการเงิน และควานหาผู้ร่วมขบวนการ ด้านผู้ต้องหาอ้างทำเพียงคนเดียว

ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) วันที่ 19 ก.ย. นางพัชรี อาระยะกุล ปลัด พม. พร้อม น.ส.สราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมแถลงจับกุม นายพิศาล สุขใจธรรม อายุ 41 ปี นักพัฒนาสังคมชำนาญการ (ซี 6) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ลงวันที่ 17 ก.ย.2564 หลังถูกตำรวจรวบตัวได้ในพื้นที่ จ.เชียงราย ขณะเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ

นางพัชรี อาระยะกุล ปลัด พม.กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหายักยอกเงินไป 13 ล้านบาท โดยตรวจสอบงบปี 64 ย้อนหลัง 3 เดือน ช่วง มิ.ย.-ส.ค. อาจจะมีวงเงินที่มากกว่านี้ เนื่องจากผู้ต้องหาสารภาพว่าได้ยักยอกมาตั้งแต่ต้นปี และไม่ใช่เงินช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง แต่เป็นเงินบัญชีนอกงบประมาณที่เบิกจ่ายเป็นเคสๆที่จำเป็น ปกติ 2-3 เดือนถึงจะเบิก ทำให้ไม่ได้ตรวจสอบบัญชีบ่อยเป็นช่องว่างให้คนยักยอก เมื่อเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติได้เข้าแจ้งความที่ สน.พญาไท และร่วมวางแผนกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อมาตำรวจจับผู้ก่อเหตุได้ขณะจะหลบหนีข้ามแดนที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย คุมตัวส่ง สน.พญาไท คดีนี้ กรม พก. ได้เป็นเจ้าทุกข์ยื่นคัดค้านการประกันตัวต่อไป

“ได้สั่งให้นายพิศาลออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมระงับการจ่ายเงินเดือน และทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบธุรกรรมการเงินของนายพิศาล รวมทั้งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ายังมีผู้อื่นร่วมกระทำผิดด้วยหรือไม่ เรื่องนี้ พม.ให้ความสำคัญมาก ให้อภัยไม่ได้ หากพบว่ามีผู้บริหารหรือระดับปฏิบัติการ เข้าไปเกี่ยวข้องจะเอาผิดถึงที่สุดไม่มีการลดโทษ ขณะนี้ได้สั่งปรับปรุงระบบและรหัสบัญชีแล้ว รวมทั้งจะปรับปรุงระบบเทคโนโลยีใหม่ทั้งกระทรวง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในอนาคต” นางพัชรีกล่าว

น.ส.สราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดี พก.กล่าวว่า นายพิศาล ทำหน้าที่ด้านการเงิน มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ เคยอยู่กรมบัญชีกลางมาก่อน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบเมื่อเย็นวันที่ 13 ก.ย.เวลา 18.30 น. พบการโอนเงินจากบัญชีนอกงบประมาณของ พก. ได้ทำเรื่องแจ้งความร้องทุกข์และประสานตำรวจอายัดเงินในบัญชีของนายพิศาลทั้งหมด เพื่อตรวจสอบและไม่ให้โอนย้ายไปสู่ผู้อื่น รวมทั้งได้ให้ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ลักลอบออกจากกรม พก. ถ่ายโอนไปสู่บัญชีอื่นหรือไม่ เพื่อเอาผิดบุคคลทั้งหมดที่มีส่วนร่วมด้วย โดยตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น แม้เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพว่าทำเพียงคนเดียว แต่ต้องมีการสืบหาข้อเท็จจริงว่าร่วมมือกับใคร หน่วยงานไหน อาจเกี่ยวข้องทั้งในหรือนอกกระทรวงหรือไม่อย่างไรเพื่อนำเงินของราชการกลับคืนมา

จากการสอบสวนนายพิศาลอ้างว่าทำคนเดียว เป็นการยักยอกจากเงินปีงบประมาณ 2564 ช่วงใกล้ปิดงบประมาณ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะตรวจสอบทุกปี ทำให้ผู้ต้องหาเร่งเอาเงินออก คงรีบนำเงินออกเพื่อรีบหนี ทำให้พบความผิดปกติและรีบจัดการโดยร่วมมือกับทุกฝ่าย ตามแกะรอยจนทราบว่าผู้ต้องหาเดินทางไป จ.เชียงราย ในวันศุกร์ที่ 17 ก.ย. เวลาบ่าย 2 โมง กระทั่งรถ จยย.รับจ้างที่จะพาข้ามแดน เห็นความผิดปกติโทร.มาแจ้งที่กรม ตามที่เคยประชาสัมพันธ์ออกไป จากนั้นรีบประสานตำรวจให้ออกหมายจับ ส่วนรหัสบัญชีเบื้องต้นมีผู้รู้รหัสบัญชี 3 คน มีเลขานุการกรมที่ดูแลการเงิน-การบัญชี มี ผอ.กลุ่มการเงิน และเจ้าหน้าที่อีก 1 คน

พ.ต.อ.ณัฐณวิทย์ สิทธาภิรมย์ ผกก.1 บก.ปปป. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ได้ร่วมมือกันหลายฝ่าย หลังจากที่ พม.มาแจ้งความที่ สน.พญาไท และระหว่างออกหมายจับ ทราบว่าผู้ต้องหาเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ ผ่านด่าน ตม.เชียงราย ประสานไปยังตำรวจ ตม. จ.เชียงราย ให้จับกุม เพราะถ้าปล่อย ให้หนีออกนอกประเทศไปได้ จะสร้างความเสียหายต่อราชการจำนวนมาก การจับกุมครั้งนี้ถือว่าเร็วมาก ทราบเรื่องวันที่ 13 ก.ย. วันที่ 17-18 ก.ย.จับได้แล้ว ผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำเพียงคนเดียว ยังไม่เชื่อทั้งหมดต้องสอบข้อเท็จจริงและเส้นทางกระบวนการให้กระจ่าง

ขอขอบคุณข่าวจาก https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2197831

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *