อนุ กมธ.กีฬาชงผู้ว่าฯ กกท.ใช้ พ.ร.บ.กีฬาเปิดทางนักกีฬาเข้าถึงสิทธิกู้ยืมเงินกองทุนฯ

 

อนุกรรมาธิการกีฬาฯ ชงผู้ว่า กกท. ใช้ พ.ร.บ.กีฬาฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เปิดโอกาสนักกีฬา-บุคลากรทางกีฬาได้เข้าถึงสิทธิการกู้และยืมเงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากปัญหาแพร่ระบาดโควิด-19 หลังนักกีฬาและกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องเดือดร้อนกันจำนวนไม่น้อย

 

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ (สผ.) 408 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ดร.เอกการ ซื่อทรงธรรม ประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามผลกระทบทางด้านการกีฬาเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมาธิการ ครั้งที่ 5 โดยมีคณะอนุกรรมาธิการกีฬาและที่ปรึกษาฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

 

ในที่ประชุมได้มีการพิจารณาศึกษา “ขอบเขตการช่วยเหลือและเยียวยานักกีฬาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558” และ “มาตรการการดูแลนักกีฬาเพื่อความเป็นเลิศของการกีฬาแห่งประเทศไทย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)”

 

โดยเชิญ ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และนายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมหารือ

 

ดร.ก้องศักดิ์ ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้บุคลากรในวงการกีฬาได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ซึ่ง กกท.ได้มีการประชุมเพื่อหามาตรการเยียวยาสำหรับนักกีฬาและบุคลากรกีฬา แต่อาจจะมีความล่าช้า เพราะเป็นภารกิจที่ไม่เคยเกิดขึ้นและยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงได้มีการนำเสนอข้อมูลแก่บอร์ด กกท.ให้พิจารณา ซึ่งมีประเด็นที่ต้องตีความข้อกฎหมายจากคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงเกิดความล่าช้า

 

โดยสรุปข้อมูลการช่วยเหลือนักกีฬาและบุคลากรกีฬาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 คือคาดว่าจะเริ่มต้นการให้นักกีฬามวยและบุคลากรกีฬามวย เบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 ตามจำนวนที่ผ่านเกณฑ์ตรวจสอบสิทธิ จำนวน 1,185 คน วงเงิน 20,445,000 บาท และให้นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ เบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ ภายในเดือนตุลาคม 2563 เนื่องจากต้องรอการประกาศระเบียบรองรับฯ ในราชกิจจานุเบกษาฯ ตามจำนวนที่ผ่านเกณฑ์ตรวจสอบสิทธิ จำนวน 1,390 คน วงเงิน 20,850,000 บาท

 

นอกจากนั้นยังได้จัดงบประมาณช่วยเหลือสโมสรและชมรมกีฬา ไทยลีก 1 ไทยลีก 2 ไทยลีก 3 วงเงิน 153 ล้านบาท และจะพิจารณาช่วยเหลือสมาคมกีฬาต่างๆ ตามการร้องขออีกส่วนหนึ่ง

 

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการได้เสนอแนวทางในการช่วยเหลือนักกีฬา บุคลากรกีฬา และนักกีฬา คนพิการ ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากยิ่งขึ้น โดยเสนอให้ กกท.ได้ใช้อำนาจที่มีพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 รองรับไว้แล้วอย่างเต็มที่ เช่น “การให้กู้ ให้ยืม” ตามมาตรา 8 และ มาตรา 9 “การสงเคราะห์นักกีฬา” ตามมาตรา 42 (6) “การให้ทุน ทรัพย์สิน หรือสิทธิประโยชน์อื่น ในการส่งเสริมและสนับสนุนการกีฬา” ตามมาตรา 33 เป็นต้น ซึ่งผู้ว่า กกท.ได้รับปากที่จะนำเสนอประเด็นดังกล่าวต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมาย และคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องเข้า บอร์ด กกท.เพื่อพิจารณาเห็นชอบ

 

หลังจากนั้นจะได้ดำเนินการออกระเบียบฯ ข้อบังคับฯ รองรับการปฏิบัติต่อไป โดยคณะอนุกรรมาธิการเชื่อมั่นว่า ความกล้าในการใช้กฎหมายในครั้งนี้ จะเป็นความสง่างามของผู้ว่าการฯ กกท.จะเกิดประโยชน์ต่อวงการกีฬาอย่างแท้จริง

 

รายงานเพิ่มเติมระบุอีกว่าในที่ประชุมครั้งนี้ ยังได้มีการพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดการแข่งขันกีฬาตามมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมด้านการกีฬา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนด เพราะยังไม่มีความชัดเจนในการปฏิบัติ สร้างผลกระทบเป็นอย่างมากต่อวงการกีฬาในขณะนี้

 

โดยที่ประชุมได้มีมติให้เรียนเชิญ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการในการจัดการแข่งขันกีฬาทุกชนิด ในการประชุมคราวต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ  https://mgronline.com/local/detail/9630000088460

 50 total views,  1 views today