หญิงพิการหัวใจแกร่ง! รับจ้างฉีกปลาหาเลี้ยง9ชีวิต หวังหลาน-เหลนมีอนาคตที่ดีกว่า

 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีจำนวนไม่น้อยที่ประชาชนต้องกลายสภาพพิการทางร่างกายจากเหตุความไม่สงบ เหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐต้องจัดในรูปแบบสวัสดิการ การให้ความช่วยเหลือเม็ดเงินในแต่ละปีเป็นจำนวนไม่น้อย  แต่ก็ยังมีผู้ที่พิการแต่กำเนิดในพื้นที่ก็มีจำนวนไม่น้อย พวกเขาเหล่านั้นต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพตัวเองโดยไม่คาดหวังจากการช่วยเหลือจากข้างนอกมากนัก น.ส.ซาลูมา หามะ อายุ 39 ปี หญิงพิการครึ่งตัวแต่กำเนิด ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มีญาติพี่น้องด้วยกัน 4 คน ซารูมานั้นเป็นคนสุดท้อง อาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 157 ม.7 ต.บ้านดอน อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี  ซึ่งเป็นบ้านมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ ก่อนที่จะจากโลกนี้ไปอย่างสงบในเวลาไล่เลี่ยกันห่างกันเพียง4เดือน จึงทำให้ภาระการช่วยเหลือตัวเองตกอยู่ที่หลานเหลนทั้ง 9 คน

นางสาวซาลูมา ได้รับภาระ เลี้ยงหลานเหลน 9 คน ทั้งแต่อย่างแบเบาะ เป็นคนที่มีจิตใจกว้าง เอ็นดูเหมือนลูกของตัวเอง ได้แก่ 1. นายมูฮำหมัด อีตำ อายุ 16 ปี ไม่ได้เรียนหนังสือ  2.ด.ช.อิบรอฮิม อีตำ อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยม 2 โรงเรียนปอเนาะบ้านดอนวิทยา  3. ด.ช.อานัท หามะ อายุ 12 ปี เรียนอยู่ชั้นประถม ปีที่ 6 คนนี้ที่มีสภาวะเครียดไปบ้าง เพราะยังไม่รู้ว่าเขาเรียนจบป.6แล้วเขาจะไปเรีนต่อที่ไหน เงินก็ไม่มี ไปไหนมาไหนก็ไม่ได้ คนที่ 4. ด.ญ สาวีลา อีตำ อายุ 11 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโคกโพธิ์ 5. ด.ญ ซาเนีย หามะ อายุ 7 ปี เรียนชั้น ประถมปีที่ 1 โรงเรียนนาวาวิทย์  ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนด้วยไม่ต่ำกว่า 400 บาทต่อเทอม คือ น้องซาเนีย จะไม่ไปเรียนที่อื่น ถ้าไม่ส่งที่นี้น้องเขาก็จะไม่เรียน ก็ต้องส่งให้เรียนที่นี้ โชคดีที่ มีญาติและเพื่อนบ้านช่วยไปรับไปส่ง เช่นเดียวกับ คนที่ 6. ด.ช. ซุลกีฟลี สร้างอำไพ อายุ 4 ปี ก็เรียนโรงเรียนนาวาวิทย์ มีค่าเล่าเรียนเช่นกันไม่ต่ำกว่า  400 บาทต่อเทอม ส่วน คนที่ 7. ด.ช.รุสลี สอนพิชัย วัยเพียง 6 เดือน กับ คนที่ 8. น.ส.ซูรียา หามะ อายุ 22 ปี และ คนที่ 9.นาย ทศพร ศรพิชัย อายุ 24 ปี เป็นพ่อแม่ลูกกันหรืออีกหนึ่งครอบครัว ที่ไม่มีงานทำ ผู้หญิงเป็นหลาน  เขาไม่มีงานทำก็เลยมาอยู่ด้วยกัน เราก็ต้องรับภาระพวกเขาอีกก็ได้กินข้าวจะให้อย่างอื่นด้วยเราก็ไม่มี

นางสาวซาลูมา ได้เล่าให้ฟังว่า เงินที่เอามาเลี้ยงพวกเขาก็มาจากเงินคนพิการ 800 บาท/เดือน และมีเพื่อนบ้านหยิบยืนให้บ้างครั้ง นอกจากนั้นปัจจุบันได้รับจ้างฉีกเนื้อปลากะตัก ที่คนในตลาดยิบยื่นมาให้ฉีก ได้ค่าจ้างถุงละ 50 บาท ใช้เวลานานถึง 3 วัน ต่อถุง ไม่พอก็ต้องพอเพราะเรามีเท่านี้ วันไหนไม่มีเงินเลย ก็จะต้มข้าวต้ม ให้เด็กๆกิน แล้วพวกเขาก็ไปโรงเรียนเราก็ให้ตังวันละ 5 บาท ต่อคนจะให้เยอะกว่านั้นเราก็ไม่มี “กลับมาก็ถ้ามีข้าวก็ได้กินถ้าไม่มีพวกเขาและเราก็อดด้วยกัน ต้องเข้าใจว่าเราไม่มีรายได้ทุกวันวันไหนมีก็ได้กินวันไหนไม่มีก็อด”

สงสารหลานๆ น้อยใจชีวิตก็ร้องไห้ ไม่รู้จะทำยังไงได้แค่ร้องไห้ หยุดร้องก็สู้ต่อไปพยายามฉีกปลาให้ได้เยอะๆ แต่ก็ยากเพราะ ต้องทำหลายอย่าง เด็กๆ ไปโรงเรียนก็ต้องมาซักผ้าหุงข้าวให้พวกเขา ว่างก็จะมาฉีกปลาก็เลยช่วยกันฉีกปลา 1 ถุงใช้เวลา3วัน ได้เงินค่าจ้างมา 50 บาท วันไหนเด็กๆ สงสารเราเขาก็ขอทำบ้างเป็นของของเขา เพื่อจะเอาเงินไปโรงเรียนซื้อขนมกินตามประสาเด็กเราก็รอดไป  แต่ก็อย่างว่าเด็กวันไหนเขาอยากได้เงินเขาก็ก็ขยันหน่อยวันไหนเขาอยากสนุกเขาก็ต้องไปเล่นตามประสาเขา แต่ส่วนใหญ่หลานชายจะช่วยทำตลอดเพราะเขาขอแยกทำเองเขาก็จะขอเงินไปใช้จ่ายส่วนตัวเขา วันไหนเขาได้เงินมาเขาก็จะเอาเงินมาแบ่งให้เราด้วย ที่เครียดมากตอนนี้คือ เรื่องของ ดช. อานัท เขากำลังจะเรียนจบ ป.6 แต่เราไม่รู้จะให้เขาเรียนต่อที่ไหนดี เพราะเราไม่มีเงินเราไปไหนไม่ได้ มันจึงเครียดๆจนไม่รู้จะทำยังไงมืดไปหมดเลย

ส่วนแม่เขาแยกทางกับพ่อของเด็กๆ ทั้งหมดแล้วไปมีสามีใหม่อยู่ที่มาเลเซียไม่ได้มีการติดต่อกลับมาเลย  แม่เขากลับมาครั้งสุดท้ายเมื่อรายออิดิ้ลอัฏฮาที่ผ่านมา ให้เงินมาแต่ 500 บาทก็กลับไปมาเลเซียยังไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย ถ้าเรียกร้องได้ก็อยากขอให้ช่วยเรื่องทุนการศึกษาเด็กๆ มั่นใจว่า สิ่งที่จะแก้ปัญหาที่ดี คือ ให้พวกเขาได้เรียนหนังสือเขาจะได้ไม่ต้อง ลำบากเหมือนเรา ขอได้โปรดช่วยพวกเขาด้วย อย่างอื่นไม่เอาขอแค่นี้ ให้เด็กๆได้เรียนจบ เขาจะได้มีงานทำและพาชีวิตให้รอดจากปัญหาสังคม ส่วนเราก็ไม่รู้จะตายวันไหน  แต่พวกเขายังต้องอยู่อีกนาน

ส่วนเงินคนจนพึ่งได้ลงทะเบียน ประธานชุมชนบอกว่าเขาพึ่งอนุญาต ให้ได้ทำ ตอนนี้ก็รอ ถ้าได้เงินคนจนมาเพิ่มชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กๆก็จะดีขึ้นกว่านี้ มีความหวังมากรอทุกเดือนเผื่อเขาจะให้คนจนคนพิการแบบเราได้สิทธิ์ได้เงินคนจน

ส่วน ด.ช.อิบรอฮิม อีตำ อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยม 2 โรงเรียนปอเนาะบ้านดอนวิทยา  กล่าวว่า เราจะฉีกปลาชิงจัง ทุกวัน บางวันที่ไม่ได้ไปโรงเรียนก็จะทำเสร็จ 1 ถุง ทำทั้งวันเสร็จได้ 50 บาท ส่วนวันไหน ต้องไปโรงเรียนก็จะกลับมาทำได้ไม่นานก็จะออกไปดูน้องๆเล่นที่สนามเด็กเล่น กลัวน้องจะถูกรถชน พอน้องเล่นจนเบื่อจะชวนกันกลับมาที่บ้าน ก็จะกลับมาฉีกปลาต่อ อยากได้ทุนการศึกษาให้สามารถ เรียนจบ ปริญญาตรี แต่ถ้าไม่ได้สูงขนาดนั้นขอให้ได้เรียนจบ ชั้นมัธยม ปี ที่ 6 ก็พอตอนนี้ใครให้ทำงานอะไรก็จะทำหมด ได้เงินมาก็จะเอามาให้น้องๆและซูมา

ด้าน นางรอพีอะ ดอเลาะ ประธานชุมชนบ้านดอน กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่เขาพึ่งบอกว่า คนชราและคนพิการ สามารถลงทะเบียนคนจน ก็รีบเอาเอกสารมาให้ นางสาวซารูมาลงทะเบียน ซึ่งตอนนี้ก็รอฟังข่าวดี ถ้าเขาได้เงินคนจนมา ก็ถือว่าช่วยเด็กๆพวกนี้ได้เยอะมาก

ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปเยี่ยมนางสาวซารูมาที่บ้านบ้านเลขที่ 157 ม.7 ต.บ้านดอน อ.โคกโพธิ์  จ.ปัตตานี เห็นสภาพเริ่มมีความทรุดโทรม เพราะในบ้านมีเพียงคนพิการและเด็กยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย ทุกวันนี้บรรดาเด็กหรือหลานต้องช่วยกันยกและประคองตัวนางสาวซารูมาทุกครั้งที่จะเข้าห้องน้ำ  ซึ่งหนักมาก เกินกว่าแรงพวกเด็กที่จะแบกไหว แต่ก็ต้องช่วยกันเพราะไม่มีใครอีกแล้ว  ขั้นตอนแรกยกประคองให้นั่งบนเก้าอี้ก่อน เพื่อพักเอาแรงทั้งคนยกและคนถูกยกเหนื่อยทั้งคู่  จากนั้นก็ช่วยกันยกประคองอีกครั้งเพื่อนั่งรถเข็น ก่อนที่จะช่วยกันเข็นไปห้องน้ำระยะ ประมาณ 10 เมตร เขาพิการครึ่งตัวตั้งแต่เกิด ช่วงล่างตั้งแต่เอวลงมาขยับไม่ได้เลย เขาอยากได้ห้องน้ำที่สามารถปลดหนักเบาโดยไม่ต้องอาศัยหลานยกไปไกลเหมือนทุกวันนี้ เพราะทุกวันนี้จะปลดทุกข์ต้องรอหลานมาช่วยยก แต่วันไหนที่หลานไปเรียนต้องกลั่นไปก่อน แต่ถ้าไม่ไว้จริงๆก็ต้องปล่อยที่นั่งนั้นแหละ เมื่อหลานกลับมาบ้างก็ช่วยกันล้างพื้นเป็นประจำ ส่วนอาชีพนั้นน่าจะมีการฝึกฝนทักษะอาชีพที่เหมาะสมที่สามารประกอบเป็นอาชีพจริงที่พอมีรายได้ที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้ทำฉีกปลา 3วันร้อย เมื่อมีความมั่นใจในทักษะอาชีพแล้วก็น่าจะมอบทุนใช้ประกอบอาชีพ อย่างน้อยก็สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตเขาให้ดีขึ้น เพราะเขาขยันทำงานดิ้นรนทำมาหากิน ไม่ใช่ประเภทงอมืองอเท้ารับแต่ของแจก

ส่วนการศึกษาของน้องนั้นควรที่จะต้องได้รับการศึกษาฟรีจากรัฐอย่างน้อย 12 ปี ตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ แต่พอเอาจริงน้องๆกลับมีค่าเล่าเรียนที่แพงมากสำหรับครอบครัวนี้ จนทางครอบครัวไม่สามารถจัดการศึกษาให้กับน้องๆได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรีบเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง  เพื่อน้องๆเหล่านี้เขาจะได้มีอนาคตที่ดีขึ้นจากการศึกษา ดังที่คุณน้าซารูมาตั้งใจไว้

ทั้งนี้ สำหรับผู้พิการที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถใช้โทรสายด่วน 1479 คนพิการประชารัฐ ที่ให้บริการตลอด 24 ชม. หรือรายละเอียดที่ www.1479hotline.org เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนพิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถช่วยบริจาคเงินได้ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0 นำใบเสร็จสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ โทร. 0-2572-4042 ต่อ 8300

ขอขอบคุณจาก https://www.naewna.com/local/366392

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *