MIRROR 5 สิ่งที่ควรทำในการเขียนจดหมายแนะนำตัวเพื่อสมัครงาน

5 สิ่งที่ควรทำในการเขียนจดหมายแนะนำตัวเพื่อสมัครงาน

 

การส่งจดหมายแนะนำเพื่อสมัครงานที่เขียนควบคู่ไปกับ Resume ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราควรพิถีพิถันกับสิ่งนี้ให้มาก เพราะบางครั้งเราไม่รู้หรอกว่าบริษัทที่เรายื่นไปนั้นมีความละเอียดมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นจุดเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้ามไป อาจเป็นตัวตัดสินในการได้งานของเราเลยก็ได้นะคะ วันนี้ MIRROR ได้รวบรวม 5 เทคนิคที่ควรทำในการเขียนจดหมายแนะนำตัว เพื่อเป็นตัวเลือกให้จดหมายของเราโดดเด่นกว่าคนอื่น จนสามารถถูกเรียกตัวเข้ามาสัมภาษณ์งานได้เลยค่ะ

 

ข้อความหน้าแรกต้องโดดเด่นสะดุดตา

ปัจจุบันการส่งจดหมายแนะนำตัวกับ Resume มักจะส่งเป็นไฟล์ PDF หรือ PowerPoint ดังนั้นสิ่งที่ต้องเห็นในหน้าแรกคือ รูปที่ดูไม่เป็นทางการเกินไป แต่ทำให้คุณดูโดดเด่น มีความเป็นตัวคุณเอง ซึ่งไม่ใช่รูปเซลฟี่ที่ดูเล่นเกินไป และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือข้อความที่บอกว่าเราเคยอยู่ในองค์กรแบบไหน ไม่ใช่เพียงชื่อบริษัท เพราะ HR จะไม่รู้ว่า บริษัทนี้ทำอะไร เช่น การบอกว่าธุรกิจนี้คือประเภทไหน โรงพยาบาล สำนักข่าว และอย่าลืมบอกรายละเอียดขององค์กร จากนั้นเขียนบทบาทในการทำงานนั้นอย่างสั้นๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่เราได้เรียนรู้มาแยกกรอบให้เห็นชัดเจน เพราะในหนึ่งวัน HR รับจดหมายเป็นร้อยฉบับ การที่เราสรุปเพียงแค่ใจความสำคัญให้สั้นกระชับเพียงหน้าแรกเท่านั้น จะช่วยเปิดโอกาสเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น และหากถ้าข้อมูลตรงกับสิ่งที่ทางบริษัทต้องการเขาจะเปิดดูผลงานของเราตามมานั่นเอง

 

 

เนื้อหาต้องกระชับ

เนื้อหาที่สั้นกระชับจับใจความได้ว่าต้องการสื่อสารอะไรเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างมากนะคะ เพราะการเกริ่นก่อนเข้าเนื้อเรื่องถ้ามันเป็นเนื้อหาที่ยาวเกินไป เรื่องราวเหล่านั้นดูเหมือนว่าจะไม่เป็นประโยชน์ต่อเรื่องการสมัครงานเท่าไร สิ่งนี้จะทำให้ความน่าสนใจในตัวเราลดน้อยลงไป แถมยังไม่เป็นตัวเลือกที่ดีพอ ในการเปิดอ่าน Resume และผลงานอีกด้วย อย่าลืมว่าในวันหนึ่ง ๆ คนส่งใบสมัครเข้าไปเป็นร้อยเป็นพันฉบับ การที่จะมานั่งอ่านข้อความยาว ๆ ทั้งหมดคงจะเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้นการเขียนข้อความที่สั้นกระชับ จับใจความได้ว่าต้องการสื่ออะไรอย่างชัดเจนจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และจำนวนคำที่แนะนำคือ ไม่เกิน 200 คำนะคะ

 

 

พรีเซนต์ตัวเองให้มากพอ

การบอกเล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา ข้อนี้ก็สำคัญมากแทนที่จะพูดว่าเคยทำงานที่ไหน ตำแหน่งไหนมาบ้าง ผ่านมากี่ปีเหมือนกับคนอื่น ๆ ลองใส่ข้อมูลเพิ่มเติมอย่างวิธีการแก้ปัญหาในส่วนงานนั้น ๆ ว่าเมื่อไรที่เกิดปัญหาขึ้น เรามีวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านั้นและสามารถแก้ไขมันได้อย่างไร หรือใส่วิธีการทำงานที่แสดงให้เห็นว่าตัวเรามีความสามารถที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะสมัครมากเพียงพอ วิธีการนี้จะช่วยดึงดูดความน่าสนใจในตัวคุณเพิ่มมากขึ้นกว่าคนอื่น ๆ มากค่ะ

 

 

พูดถึงความสามารถเฉพาะทางร่วมด้วย

อีกหนึ่งสิ่งที่ในปัจจุบันชอบทำกันคือการใส่ความสามารถในเชิง Soft Skills จนเหมือนไปโฟกัสกับสิ่งนี้มากเกินไป จนลืมไปว่าทักษะที่ควรใส่จริง ๆ คือความสามารถเฉพาะทางที่จะทำให้คุณแตกต่างจากคนทั่วไป ลองให้น้ำหนักกับประสบการณ์การทำงานจริงและเสริมด้วยทักษะที่เป็น Soft Skills เพื่อส่งเสริมกันให้ไปในทางที่บริษัทสนใจ และอย่าลืมว่าประสบการณ์และทักษะต่าง ๆ ที่เราใส่ต้องเลือกให้มันเหมาะสมและเข้ากับเนื้อหางานที่สมัครและสามารถเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและเนื้องานที่ต้องทำด้วยนะคะ

 

 

ตรวจทุกคำต้องไม่มีคำสะกดผิด

สิ่งสุดท้ายที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษคือการตรวจทุกคำก่อนกดส่ง ให้ดูว่าข้อความนั้นไม่มีคำผิดหรือการพิมพ์ข้อความวนไปมาอย่างซ้ำ โดยไม่สามารถจับใจความสำคัญได้เลย สิ่งเหล่านี้มันแสดงให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจ จนไปถึงความประมาทต่องานด้วย ดังนั้นก่อนจะกดส่งอีเมลทุกครั้งอย่าลืมตรวจทานคำผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ และอย่าลืมเช็กตัวสะกดให้ถูกต้องกันด้วยนะคะ เรื่องเพียงเล็กน้อยที่มองข้ามไป อาจเป็นเรื่องซีเรียสของทางบริษัทได้นะคะ

 

 

สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้จดหมายแนะนำตัวสมัครงานและ Resume ของเราดูดีมากขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มความดึงดูดให้บริษัทสนใจในตัวเรามากขึ้น ถือเป็นใบเบิกทางในการถูกเรียกเข้าสัมภาษณ์งาน หากคุณ เป็นอีกคนที่กำลังหางานอยู่ MIRROR ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ประสบความสำเร็จได้งานที่ถูกใจกันทุกคนนะคะ

 

 

ขอขอบคุณ  https://www.thairath.co.th/women/life/career/1979104

 76 total views,  1 views today